อย่างที่ทราบกันว่าโรคภูมิแพ้ สามารถเกิดอาการได้หลายระบบ หลายอวัยวะของร่างกาย บางคนเป็นโรคภูมิแพ้แค่ที่เดียวเช่น ทางเดินหายใจ ผิวหนัง แต่บางคนก็เป็นโรคภูมิแพ้หลายๆที่พร้อมกัน และรุนแรงไม่เท่ากัน บทความนี้จะกล่าวถึงอาการภูมิแพ้ ในระบบทางเดินหายใจ

ในบางคนอาการโรคภูมิแพ้จะเกิดเฉพาะฤดู เช่น บางคนแสดงอาการในหน้าหนาว ช่วงที่มีละอองเกสรดอกไม้ปลิวมาก หรอมีการก่อสร้างที่มาพร้อมกันฝุ่นปริมาณมากๆ ในกระแสลมมาก ๆ  เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิความชื้น บางคนมีอาการเมื่อบ้านสกปรก มีฝุ่น สปอร์เชื้อรา ขนจากแมลงมอดไม้ ลอยไปมาในบ้าน ย่อมเป็นผลร้ายต่อผู้ป่วยโรคภูมิแพ้แน่นอน แต่ใครจะเป็นภูมิแพ้ต่ออะไรก็แล้วแต่บุคคล ซึ่งบางคนอาจเพียงสูดดมเอาเกษร หรือฝุ่นเข้าไปนิดเดียวอาการโรคภูมิแพ้ ก็สามารถแสดงได้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว

อาการของ Allergic Rhinitis จะเน้นที่โรคภูมิแพ้ที่จมูกที่เห็นชัดคือ จาม  อาจมีการจามซ้ำ ๆ คัดแน่นจมูก คันตา ระคายเคือง มีน้ำมูกไหลมาก เกิดได้หลายครั้งในหนึ่งวัน

คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ สิ่งสำคัญที่สุดเพื่อควบคุมโรคภูมิแพ้ไม่ให้กำเริบบ่อยคือต้องหมั่นสังเกตตัวเอง ว่าอาการภูมิแพ้เกิดเมื่อไร สิ่งใดน่าจะเป็นสาเหตุหรือสารก่อภูมิแพ้ เช่น พบว่ามีอาการเมื่ออยู่บ้านสารกระตุ้นภูมิแพ้ มักแขวนลอยอยู่ในอากาศ เชื้อราเกาะตามซอกที่เปียกชื้น ก็เป็นตัวสำคัญ มันอาจปล่อยสปอร์ ออกมาตามลม  ชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของแมลงโดยเฉพาะแมลงสาบมักมองไม่เห็น ต้องส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ แต่ก็พบว่าทำให้คนหลายล้านคนทั่วโลกเกิดอาการโรคภูมิแพ้ในระดับรุนแรงได้ โดยมีอาการหายใจไม่ออกเนื่องจากหลอดลมหดตัวอย่างรุนแรง โดยเฉพาะขนหรือเศษแขนขาของมอดไม้ตามเครื่องเรือน พรม ผ้าห่ม ม่าน ไรในฟูกนอน หรือ

แต่ที่แย่ที่สุดคือ เป็นโรคภูมิแพ้ทุกกรณี ภูมิแพ้แทบทุกอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย อาการภูมิแพ้จะแสดงออกทั้งวันทั้งคืน เพราะมีปฏิกิริยาต่อสารกระตุ้นภูมิแพ้แบบทุกชนิด ที่จะลอยอยู่ในอากาศ ที่เราชอบพูดกันติดปากว่า ตรวจแล้วขึ้นเต็มแขน ลักษณะการแพ้ที่พบบ่อยมากที่สุดคือ Alergic Rhinitis เป็นอาการโรคภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจเน้นที่จมูก ที่มักเกิดจากละอองฟาง เกสรดอกไม้ เชื้อรา ควัน น้ำหอม สารเคมีจากโรงงานอุตสาหกรรมที่มักฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศทุกหนทุกแห่ง เศษเซลล์จากขนสัตว์ ขนนก ฯลฯ

อาการของผู้ป่วยโรคหอบหืดขณะที่กำเริบหรือที่เรียกว่าจับหืดคือ  มีอาการแน่นหน้าอก รู้สึกหายใจลำบาก หายใจแล้วเหมือนไม่เข้าสู่ปอด อึดอัด หรือมักมีเสียงดังวี้ดๆ เมื่อหายใจ มักเป็นๆหายๆ โดยมากแล้วจะมีอาการบ่อยและรุนแรงในช่วงเวลากลางคืนมากกว่าเวลากลางวัน ผู้ป่วยระดับไม่รุนแรงจะมีอาการน้อยกว่า 1-2 ครั้งใน 1 เดือน และมีอาการหอบหืดกำเริบในเวลากลางคืนน้อย แต่ในกรณีที่มีอาการมากอาจมีอาการหอบหืดกำเริบทุกคืนเลยทีเดียว ในระยะแรกเมื่อมีอาการกำเริบอาจบรรเทาได้อย่างง่ายดายด้วยยาขยายหลอดลม ซึ่งมีทั้งชนิดพ่นหรือรับประทาน การใช้ยาเริ่มต้นมักใช้ยาพ่นก่อน จากนั้นโรคหอบหืดอาจจะีมีการดำเนินไปที่เลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ สังเกตจากการที่ต้องใช้ยาบ่อยขึ้นและมากขึ้น อาการอื่นๆสำหรับโรคหอบหืดที่ไม่รุนแรงแต่มักเกิดร่วมกันคือ  อาการไอมากในเวลากลางคืน หรือไอเรื้อรังโดยไม่พบเสียงหวีด  อีกอย่างที่บ่งชี้ว่าอาจมีอาการหอบหืดคือ อาการมักกำเริบขึ้นมาในช่วงที่ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานมากๆ การรักษาหอบหืดแบบเฉียบพลันก็มักใช้ ยาพ่นขยายหลอดลมที่ผู้ป่วยต้องมีติดตัวไว้ตลอดเวลา

สารก่อภูมิแพ้ ที่พบบ่อยมี ละอองเกสรพืช ฝุ่น นุ่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ไปจนถึงเชื้อราในอากาศ รวมทั้งอุณหภูมิของอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยก็ทำให้เกิดภูมิแพ้และหอบหืดได้ บางครั้งอากาศหนาวเย็นจะมีอาการแพ้ง่ายขึ้น แต่ในทางกลับกันอากาศดีๆ ก็ช่วยบรรเทาอาการได้เช่นพอออกไปอยู่ริมทะเลได้สัมผัสอากาศที่เย็นสบาย หรืออยู่ตามธรรมชาติของป่าเขา อาการอาจหายไป รู้สึก สดชื่นสบายขึ้น และโรคประเภทนี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ด้วย
 
ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ฝุ่นจะมีอาการมากน้อยต่างๆกัน ตั้งแต่คัด คัจมูก คันตา จามบ่อย น้ำมูกใส  เจ็บคอ ไปจนถึงอาการหายใจไม่ค่อยออกแบบหอบหืด ซึ่งถ้าหากมานั่งดูที่โรงพยาบาลก็จะพบผู้ป่วยที่มาด้วยอาการหอบหืดมาสูดดมออกซิเจนกันสักพัก พอค่อยดีขึ้นจึงค่อยกลับไปนอนต่อ ดูแล้วรู้สึกถึงความลำบากของผู้ที่มีโรคภูมิแพ้และหอบหืดเป็นโรคประจำตัวจริงๆ
 
การหลีกเลี่ยงไรฝุ่น จะทำให้อาการแพ้ลดลง ตัวร้ายที่อยู่ในฝุ่นก็คือ ไรฝุ่น ที่เรามองไม่เห็นแต่ร้ายกาจ โดยปกติถ้ามีไรฝุ่นมากกว่า 2 ไมโครกรัมต่อฝุ่น 1 กรัม จะทำให้เกิดการภูมิแพ้ขึ้นมา แต่ถ้ามากถึง 10 ไมโครกรัม จะทำให้เกิดหอบหืดเฉียบพลันเลยทีเดียว ป้องกันยาก เพราะจะไปทางไหนก็มีแต่ฝุ่นทั้งนั้น แต่อย่างน้อยการทำความสะอาดบริเวณบ้านเป็นสิ่งจำเป็นมาก ต้องเอาวัตถุที่ไม่จำเป็นออกจากห้องทำงานและห้องนอนให้มากที่สุด ลดมุมอับที่ฝุ่นจะเข้าไปซุกอยู่ ปัดกวาด เอาผ้าคลุมไว้ ซักผ้าคลุม ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน  มุ้ง อย่างสม่ำเสมออย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง หรือไม่ก็เอาไปตากแดด คงพอช่วยแก้ภูมิแพ้และหอบหืดได้
 
ถั่งเช่าเป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่จัดได้ว่ามีสรรพคุณที่ดีและหลากหลายที่สุดในโลก ที่มีการยอมรับและพิสูจน์แล้วทางการแพทย์ ซึ่งฤทธิ์ในการรักษาโรคภูมิแพ้ หอบหืด ก็เป็นหนึ่งในฤทธิ์ที่มีการวิจัยยืนยันมากที่สุดในบรรดาสรรพคุณทั้งหมดของถั่งเช่า เพราะเมื่อทานถั่งเช่าอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 12 สัปดาห์แล้ว มีผลให้ควบคุมอาการของโรคภูมิแพ้และหอบหืดลงได้มากกว่า 92% เลยทีเดียว และเมื่อร่วมกับการดูแลสุขภาพ และการออกกำลังกายอย่างพอเหมาะให้ร่างกายแข็งแรงแล้วล่ะก็ สามารถหายขาดจากภูมิแพ้และหอบหืดได้เลยทีเดียว

edit @ 24 Dec 2010 21:20:20 by healthtoheal

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า การรักษาภูมิแพ้ โรคภูมิแพ้ หอบหืด ที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ให้ได้มากเท่าที่จะทำได้ เพื่อป้องกันการเกิดอาการ โรคภูมิแพ้ หอบหืด ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ก็ควบคุมได้ด้วยวิธีนี้

สิ่งที่ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หอบหืดควรหลีกเลี่ยงได้แก่อะไรบ้าง ?

  1. ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้และหอบหืดควรหลีกเลี่ยงควันบุหรี่เป็นอย่างยิ่ง  เพราะเป็นสิ่งที่อันตรายต่อปอด ทำให้เกิดการระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจอย่างรุนแรง และทำให้เกิดความเสื่อมในปอดเร็ว ยิ่งทำให้การดำเนินไปของโรคภูมิแพ้ หอบหืด เลวร้ายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเด็กที่กำลังเจริญเติบโต ควันบุหรี่จะมีผลต่อปอดเป็นอย่างมาก และเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดและภูมิแพ้ได้อย่างรุนแรง
  2. ตัวไรฝุ่น ฝุ่น มักอาศัยอยู่ที่เตียงนอน หมอน พรม เฟอร์นิเจอร์ บุนวม จึงควรนำไปตาก หรือผึ่งแดดบ่อยๆ ไม่ควรมีตุ๊กตาที่มีขนในห้องนอน ไม่ใช้พรมในห้องนอน ควรเช็ดฝุ่นทุกวัน ใช้ผ้าชนิดพิเศษที่มีคุณสมบัติป้องกันตัวไรฝุ่นคลุมที่นอน หมอน ซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนด้วยน้ำอุณหภูมิ 60 ? c สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ใช้ที่นอนจากใยสังเคราะห์ หรือฟองน้ำ และไม่นำสัตว์เลี้ยงเข้าห้องนอน
  3. ละอองเกสรในบางฤดูทำให้เกิดภาวะภูมิแพ้ หอบหืดได้ง่าย ควรสังเกตุตนเองว่าแพ้เกษรดอกไม้ชนิดใดหรือไม่ แล้วหลีกเลี่ยงในบางฤดู และหากถึงฤดูที่มีเกษรชนิดนั้น ผู้ป่วยภูมิแพ้ หอบหืดอาจเพิ่มปริมาณของยาป้องกันภูมิแพ้ หอบหืดกำเริบด้วย
  4. สัตว์เลี้ยง ผู้ป่วยภูมิแพ้ หอบหืดไม่ควรเลี้ยงสุนัข แมวในบ้าน เพราะผู้ป่วยหอบหืดบางคนจะแพ้ขนสัตว์เป็นอย่างมาก ทำให้เกิดอาการได้เร็วมากๆด้วย  ไม่เฉพาะสุนัขและแมว สัตว์อื่นๆก็เช่นกันซึ่งอาจรวมถึงนกด้วย
  5. กำจัดเชื้อราให้หมดจากที่พักอาศัย เชื้อราจะพบมากบริเวณที่ชื้นๆ มักมีเชื้อราที่เป็นสารก่อภูมิแพ้และทำให้เกิดอาการโรคหอบหืดกำเริบได้เป็นอย่างดี การป้องกันเชื้อราภายในบ้านควรให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
  6. การออกกำลังกาย ถ้าควบคุมโรคหอบหืดได้ดี จะไม่มีปัญหาในการออกกำลังกาย หรือวิ่งเล่นซึ่งควรให้เด็กได้มีกิจกรรมนี้ตามปกติ
  7. อากาศเย็น เด็กบางคนกระทบอากาศเย็น มักจะไอ หรือหายใจมีเสียงวี้ด การใช้ยาขยายหลอดลม 1 ครั้ง ก่อนเข้าห้องที่เย็นๆ จะช่วยได้
เครดิตข้อมูลดีๆจาก http://yourhealth.blog.friendster.com/

edit @ 24 Dec 2010 21:20:47 by healthtoheal